"นุ...ลูกคอไฟ"

เริ่มรู้ตัวว่าชอบร้องเพลงตั้งแต่เด็ก จำความได้ก็ปอ.4-5 ร้องเพลงอัดเทปกับน้อง สาวที่บ้าน อยู่กรุงเทพคริสเตียน โดนครูจับไปเป็นนักร้องประสานเสียงของโรงเรียน

 

ปีต่อมาโดนแยกเดี่ยวประกวดร้องเพลงวันแม่ ใครหนอ ได้รางวัลที่หนึ่ง หลังจาก นั้นก็หยุดร้องเพลงไปกว่าสิบปีเพราะอายเรื่องเสียงแตกหนุ่ม (ตอนเด็กเสียง 3 ออกเตฟ แก้วเกิ้วแตกหลายใบ) ก็เลยมาเอาดีกับกีต้าร์คลาสสิค เริ่มตอน มอ.5 จนเอาดีได้พอควร ไป ขึ้นประกวดโค้กมิวสิกอวอร์ดครั้งแรกตอนปีสองที่ลาดกระบัง เล่นผิดๆ ถูกๆ กับเพื่อนอีก คน อายมาก...กกก...ก แต่ไม่เป็นไรเพราะมีเพื่อนอยู่ข้างๆ คอยร่วมรับชะตากรรม

ปีถัดไปไม่เข็ดเอาอีก กับเพื่อนอีก 4 คนคราวนี้ ฝ่าฟันได้ไกลมากจนถึงรอบสุดท้าย ได้ที่สามของประเทศ รุ่นเดียวกันที่ดังๆ ก็มีโจ้วงพอส ขณะนั้นก็สนิทกับโจ้พอสมควร ไป คาราโอเกะด้วยกันบ่อย ก็เลยเริ่มหันมาเอาดีทางร้องเพลงอีก ไม่แคร์สื่อแล้ว...

 

จนปีต่อมาเริ่มหน้าด้านประกวดร้องเดี่ยว โค้กมิวสิคอวอร์ด อันนี้ไม่ค่อยอยากพูด ถึง เพราะเป็นปีที่เริ่มบังคับร้องเพลงลูกทุ่ง โดนเพื่อนๆ ประเสริฐทั้งหลายให้ร้อง น้ำตาจ่าโท เพลงนี้เนื้อเพลงยาวมาก...กกก...กก เกินกว่าสมองอันน้อยนิดของเราที่จะจำ เอาหละเวลา เหลือ 2 วันที่จะจำเนื้อ เพลงแรกเลือกเองเพลงอะไรจำไม่ได้แต่ ผ่านไปด้วยดี เพลงต่อมา ลูกทุ่ง คือความหายนะต่อหน้าธารกำนัล ประมาณ 400 คน ลืมเนื้อเพลงตั้งแต่ประโยคแรก หยุดร้อง พิธีกรบอกให้เริ่มใหม่เอาอีกแล้ว ร้องดำน้ำ อาศัยร้องซ้ำท่อนเพราะคิดว่าคนคงฟัง ไม่ออก บวกกับหน้าม้าหน้าเวทีช่วยร้อง ความรู้สึกตอนนั้นคือชาทั้งตัว อยากลงจากเวที ลง มารีบเปลี่ยนชุดใส่หมวกกลัวคนจำได้ ฝันร้ายไปเป็นอาทิตย์

 

เด็กคณะอื่นมาถามประกวดวันนั้นหรือเปล่า เปล๊าาาว...ไม่ช่าาาย...แต่ช่างมัน c’est la vie ปีต่อมาหน้าด้านอีกแล้ว คราวนี้ได้แชมป์สถาบันไปชิงถึงรอบ 20 คนสุดท้าย ร้องเพลง ฝรั่งกับรักเก่าที่บ้านเกิด กรรมการคอมเมนท์ว่าได้กลิ่น โคลนสาปควายออกมาตอนร้องเลย ปลื้ม ปีเดียวกันนี้ก็ได้เข้าสมัคร ซูบารุ อวอร์ด ควบคู่กันไป ผ่านเข้ารอบเทป 100 คน แล้วไป ขึ้นเวทีจนโชคดีเข้ารอบ ไปถึง 20 คน แล้วไปเข้าค่ายที่ภูเก็ตกับนักร้องเก่งๆ รุ่นเดียวกันก็มี น้องปนัดดา ได้เรียนเทคนิคนิดๆ หน่อยๆ (ไม่เคยเรียนร้องเพลงและกีต้าร์ อ่านโน๊ตเอง อะไรเองหมด) ทั้งสองรายการนี้บังเอิญตรงกับช่วงทำธีสีส เลยไม่มีเวลาซ้อมนัก ตอนประ กวดรอบรองที่โรงแรมดุสิตธานี จำได้ว่าอดนอนทำธีสีสหลายวัน ได้ซ้อมนิดหน่อย...

 

ไปถึงโรงแรมดุสิตธานีอีกครึ่งชั่วโมงก่อนร้องประกวด ลืมเนื้อ ต้องให้คนช่วยบอก เนื้อเขียนไว้ที่ ฝ่ามือ ตอนร้องทำเป็นวาดลวดลายผายมือแต่ที่ไหนได้... ตกรอบตามระเบียบ แต่ได้ขึ้นไปร้องเพลงธีมในรอบชิง คุณแม่มาเล่าให้ฟังทีหลังว่ามีนักร้องแกรมมีที่เป็นกรรม การรอบรองมาบอกคุณแม่ว่าจำเราได้ (ผมมานิวยอร์คแล้ว) ตายละเราแย่ขนาดนั้น? จำได้ ข้ามปีเชียว แต่ได้แค่นี้ก็เกินกว่าที่คาดไว้เพราะแค่กะไปร้องเล่นๆ ครูดุษฎี พนมยงค์ กับแอน เคยทาบทามให้ไปสอนร้องเพลงแต่ปฏิเสธไป

 

จากนั้นก็มาอเมริกาหลังจากเรียนจบ ก็เกือบสิบสี่ปีแล้ว ทิ้งทั้งกีต้าร์และร้องเพลง ไปอีกประมาณ 5 ปี จนมาค้นพบคาราโอเกะญี่ปุ่นกับเปียโนบาร์ เลยได้มีโอกาสจับไมค์อีก ครั้ง คนที่ไปคาราโอเกะก็มาพร่ำบอกอยู่เสมอให้ไปประกวดอเมริกันไอดอล บ่อยนักจน รำคาญเลยบอกไปว่า...เป็นคนไทย ผมชอบนั่งในส่วนบาร์เปิดเพราะจะได้ฟังคนเก่งๆ ร้อง เพลง ไปบ่อยเข้าพวกคนเหล่านั้นก็กลายเป็นเพื่อนสนิท จนทุกวันนี้

 

จากนั้นก็เจอนักร้องบอร์ดเวย์พาเราไปเปียโนบาร์ จนเราชอบและเริ่มฝึกร้องเพลง บรอร์ดเวย์จนได้เกือบทุกเรื่อง มาวันหนึ่งประทับใจและดีใจมากตอนนักเปียโนเรียกเราไป ร้อง (บาร์นี้อยู่เวสท์วิลเลจ เป็นบาร์สำหรับคนร้องเพลงบอร์ดเวย์ ทั้งตัวจริงและสมัครเล่น คิดอยู่เหมือนกันตอนแรกว่าเราจะไปทำไมฟะ) ไอ้เราก็เตรียมใส่เสื้อโค้ท เขาเห็นก็คว้าไว้ คืนหนึ่งเขาจะเรียกแค่คนเดียว แจคพอทจริงๆ ไม่น่าขยับตัวเลยเรา เขาถามว่าช่วยร้องเพลง ให้หน่อย ตอนนั้นกำลังจะรีบเดินสายไปแด็นซ์คลับต่อ แต่ปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากทุกคน (เกือบร้อยได้) เงียบสนิทหันมามองเราคนเดียว ราวกับว่า... อ้ายหัวดำมาทำอะไรที่นี่คนเดียว แล้วยังโดนเรียกไปร้องอีก...เราก็เอาว๊า!! ตอนนั้นบอกได้เลยว่ากลัวร้องผิดมากเพราะเพิ่งจะ หัดเพลงนี้ได้ไม่นาน ประกอบกับความไม่มั่นใจที่เป็นเอเชียโนเนมอยู่คนเดียวทั้งบาร์ แต่ ด้วยความกดดัน เร่งรีบ และซดสุราไปหลายแก้วอยู่ รวบรวมลมปราณแล้วบอกเขาไปว่า ร้องเพลง if I love you จากบอร์ดเวย์เรื่อง Carousel ทั้งบาร์เงียบกริบ เปียโนเล่นช้ามาก เหมือนกับ เขาพยายามถ่ายทอดให้เรารู้ผ่านเปียโนว่าเราต้องใช้อารมณ์และ พลังงานให้มาก ที่สุด ตอนนั้นมีอะไรใส่หมด (ตอนนี้ได้ฉายาจากคนไทยว่าลูกคอไฟ แต่ฝาหรั่งเขาก็ร้องกัน แบบนี้นี่นา...) จำได้หน่อยว่ามีผู้หญิง คนหนึ่งเอากระดาษไปซับน้ำตาตอนร้องอยู่ จนเพลง จบ ทีนี้เสียงปรบมือกับเสียงกรี๊ดสนั่นหวั่นไหวและนานมาก จนสงบเขาก็สัมภาษณ์ ภูมิใจที่ บอกเขาไปว่าเป็นคนไทย...

 

ได้นามบัตรไปออดิชั่นเพียบแต่ไม่ได้โทรเพราะรู้ว่าหน้าเราขายไม่ได้ ฮา...ฮา... หลังจากนั้นก็เป็นนักร้องคาราโอเกะทั่วแมนฮัตตันจนเขา รู้จักกันหมด มีคนชอบเยอะ ก็มีคน เกลียดเยอะแต่ยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม เขาถึงเกลียดเรา แต่เราไม่สนเพราะไปกับเพื่อน และยังมีรางวัลฟรี ดริ๊ง!!! มามอบให้กับคนที่ร้องเพลงได้เกินคะแนนที่ คอมพิวเตอร์ตัดสิน

 

มีอยู่คืนหนึ่งผมได้ดริ๊งฟรีๆ ไป 30 แก้ว ต้องคลานกลับบ้าน และยังคงแทบจะคลาน กลับบ้านเกือบทุกคืน

 

ไม่ได้จะพยายามบอกว่าร้องเพลงเก่งหรืออะไร ไม่เคยคิดว่าตัวเองเลิศ แต่เราแค่มี ความมั่นใจในเพลงที่เรารู้จัก ร้องให้ถูกคีย์ ตรงจังหวะ แค่นี้แม่ยกก็มาแล้ว ฮา..ฮา.. น้องๆ ที่ ร้านสบายยังเอือมระอากับเพลงที่ผมร้องเลย คือร้องแต่เพลงเก่าๆ แต่จะให้ทำอย่างไรในเมื่อ ขาดการติดต่อกับเพลงไทยไปสิบกว่าปี แต่ก็จะพยายามเรียนเพลงใหม่ๆให้มากขึ้นนะจ๊ะ เดี๋ยวจะขายหน้าเพื่อนญี่ปุ่นที่เราพาไป เขาหัดร้องเพลงไทยใหม่ๆ จนผมอาย...

ผมชอบร้องเพลงเพราะร้องแล้วมีความสุข และหวังว่าคนที่ได้ฟังผมร้อง จะมีความ สุขเช่นกัน ทุกคนร้องเพลงได้หมด เพราะหรือไม่เพราะไม่สำคัญขอให้ร้องแล้วเรามีความ สุขก็พอ เหมือนบทประพันธ์ของรัชกาลที่ 6 ว่า... “อันชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็น คนชอบกลนัก”

Lizm pub & restaurant

ร้าน Lizm สถานบันเทิงแห่งใหม่ย่าน รัชดา-ประชาชื่น

สำหรับผู้ที่มองหาสถานที่นัดพบปะเพื่อนฝูง ยามค่ำคืน  ผู้นิยมชมชอบแนวเพลงทื่หลากหลายและอาหารอร่อยมากมายหลายเมนู

ร้าน Lizm ร้านนี้ในยามค่ำคืนไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศที่สนุกสนาน เปิดเพลงหลากหลาย  

แดนซ์มันส์กระจายสลับกับการเปิดเพลงที่คุ้นเคย แต่ยังมีอาหารอร่อย ๆ ให้เราได้ลิ้มลองเพิ่มอีกด้วย    ร้าน Lizm เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนในหลายๆวงการ เช่น ดนตรี โทรทัศน์ โฆษณา Production House, Graphic Designer, Fashion etc.  ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จจากร้าน Prop Bar RCA และ Prop Bar ประชาชื่น จึงตัดสินใจทำร้านใหม่ที่ใหญ่ขึ้น มีพื้นที่ครบวงจรมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 2 โซน

โซนแรกเป็น Live Zone ซึ่งมีวงดนตรีสดเล่นวันละ 3 วงทุกวันตั้งแต่เวลา 20.30 น. ซึ่งวงแรกของทุกๆวัน จะเป็นวงแนว Acoustic ฟังสบายๆ ส่วนวงที่ 2 และ 3 จะเล่นเพลงไทยและสากล ที่เป็นที่นิยม บวกกับเพลงในแนวเฉพาะของแต่ละวง ซึ่งแตกต่างหลากหลายตั้งแต่ Pop, Rock, Reggae, Ska, etc

โซนที่ 2 เป็น DJ Zone เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบแนวเพลงจากดีเจหลากหลายแนวเช่น Hip hop. Dance, House, Disco, Electro Dance etc. และยังเหมาะสำหรับการจัด Private Party หรือ Event ต่างๆได้เป็นอย่างดี ทั้ง 2 zone มีพื้นที่ชั้น 2 สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ซึ่งทุกที่นั่งสามารถชมวิวทิวทัศน์ด้านนอกได้โดยรอบจุดเด่นที่น่าสนใจตั้งแต่ก่อนเข้าร้านเลยคือ มีเนื้อที่กว้างมากถึง 3 ไร่   สามารถจอดรถได้ถึงกว่า 100 คัน 

ร้าน Lizm ตั้งอยู่เลขที่ 9/240 ซ.รัชดาภิเษก 74 ถ.รัชดาภิษก บางซื่อ ใกล้สี่แยกรัชดา-ประชาชื่น โทร 02 913 9880-1 แฟกซ์ 02 913 9882 เปิดให้บริการตั้งแต่ 18.00 น.

 

Pongsri Thai Restaurant

ร้านอาหารไทยผ่องศรี

Thai Pavilion Astoria

ร้านอาหารไทยพาวิลเลี่ยน

Jaiya Restaurant ร้านอาหารไทยใจยา

A&K Auto Body Repair

ศูนย์ซ่อมรถและตรวจสอบจากช่างคนไทย

Asia Worldwide

ขายตั๋วเครื่องบินและจัดทัวร์

Bonne Saison Thai French Cuisine ร้านอาหารไทย-ฝรั่งเศส

Hair 2 Stay 48 ร้านทำผม-ตัดผม

Aran Thai Arharnthai Restaurant ร้านอาหารไทย

Yum Yum Bangkok House

ร้าน ยำ ยำ แบงค์ค้อก เฮ้าส์

United Royal International Inc. บริษัท ขายตั๋วเครื่องบินและทัวร์

Paleewong บ.ปาลีวงศ์ เทรดดิ้ง

 ติดต่อ  thaigoodnews@yahoo.com

คำคมดีๆ...